09-11-2018

กูรูนานาชาติเผยอนาคตอสังหาฯไทย-เอเชียในงาน-พร็อพเพอร์ตี้กูรู-เอเชีย-เรียล-เอสเตท-ซัมมิท-2018

บทความโดย
วิคราม โคห์ลี กรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของซีบีอาร์ซี (CBRE) แฮรี่ วี คริสฮาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป และ คริสโตเฟอร์ เจ แมริออท ประธานเจ้าหน้าที่ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซาวิลส์ (Savills)

“เอเชีย เรียล เอสเตท ซัมมิท 2018” จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 โดยในปีนี้ ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานครั้งแรก ภายใต้หัวข้อ “การปฏิวัติเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในเอเชีย” (ASIA’s Real Estate Evolution) โดยมีผู้นำธุรกิจระดับแนวหน้าจากอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ เข้าร่วมกว่า 350 คนจากทั่วเอเชีย  โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์จากนานาชาติในสาขาต่างๆครอบคลุมด้าน Property Technology, Big Data, Smart and Global Cities, E-Commerce, Financial Technology และ Digital Innovation จากหลายสถาบันระดับโลก อาทิ ASEAN Economic Community, World Green Building Council, Singapore Cities & Planning, The Economist Network, IBM Thailand, McKinsey & Company, Hitashi Consulting, BDO, HOMA, HUBBA, JLL, Savills และ CBRE

ในการนี้ยังได้มีการประกาศรางวัล PropertyGuru Tech Innovation Award ปีแรก โดย Igloohome (อิกลูโฮม) สตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีสมาร์ทล็อคจากสิงคโปร์ คว้ารางวัลชนะเลิศในงาน “เอเชีย เรียล เอสเตท ซัมมิท 2018” ครั้งนี้

วิคราม โคห์ลี กรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของซีบีอาร์ซี (CBRE)

ทางด้าน วิคราม โคห์ลี กรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของซีบีอาร์ซี (CBRE) ได้กล่าวถึง “เทคโนโลยี Big Data” ในช่วงเสวนา Demystifying Big Data ว่า “การก้าวสู่อสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญกับข้อมูลอย่าง Big Data ไม่ว่าจะเป็นการนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อ วิเคราะห์ความต้องการบ้านของผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องการบ้านมากกว่าที่อยู่อาศัย

ใครสามารถสร้างมูลค่าให้แก่ลูกค้ามากกว่าจะเป็นผู้ชนะ นอกจากนั้น Big Data จะช่วยเรื่องการพัฒนาเมืองฉลาดหรือสมาร์ทซิตี้ เป็นการเพิ่มโอกาสสำหรับนักลงทุนในตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก

โดยทาง CBRE เน้นการใช้ Big Data เพื่อตอบโจทย์เรื่อง Life Cycle ของคนในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด โดยออกแบบให้เข้ากับผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มมากขึ้น และการมีBig Data จะช่วยในเรื่องความโปร่งใส (Transparency) ของข้อมูลที่นำเสนอต่อผู้บริโภคที่จะชัดเจนมากขึ้น ซึ่งอาจจะได้เห็นในรูปแบบแอพพลิเคชั่นบนมือถือในการประยุกต์ Big Data กับอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นภายในไม่กีปีข้างหน้านี้และจะเป็นจุดเปลี่ยนของวงการอสังหาไปอีกขั้นหนึ่ง

นอกจากนี้คุณวิคราม โคห์ลี ยังชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ในตลาด Co-Working Space ว่า ผู้ให้บริการ Co-Working จะแข่งขันกันดุเดือดมากขึ้นทั้งผู้ให้บริการท้องถิ่นและจากต่างประเทศที่เข้ามา และ เรื่องการควบรวมของ Co-Working ท้องถิ่นเพื่อร่วมกันรับมือกับคู่แข่งจากต่างชาติมากขึ้น

ทางด้าน คุณแฮรี่ วี คริสฮาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป กล่าวว่า “กรุงเทพฯเป็นหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีนวัตกรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย จึงเป็นเรื่องเหมาะสมที่งาน PropertyGuru Asia Real Estate Summit มาจัดขึ้นในกรุงเทพเป็นครั้งแรกในปีนี้ ด้วยความเป็นเมืองเกตเวย์ที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน ”

ทั้งนี้คุณแฮรีได้ให้ความเห็นว่า ผู้บริโภคชาวต่างชาติที่ต้องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยังมีความต้องการอสังหาริมทรัพย์ของไทยอยู่ โดยตลาดที่ให้ความสนใจทั้งนักพัฒนาและลูกค้าคือตลาดในกรุงเทพฯและภูเก็ต  พร้อมทั้งให้ข้อมูลการเติบโตของตลาดอสังหาไทยว่ายังเติบโตต่ำโดยอยู่ที่ประมาณ 1% เทียบไตรมาสต่อไตรมาส  และมองตลาดอสังหาในปีหน้าว่าน่าจะชะลอตัวช่วงสั้นๆ เพื่อรอดูเรื่องการเลือกตั้งในปีหน้า

ส่วนด้าน คุณคริสโตเฟอร์ เจ แมริออท ประธานเจ้าหน้าที่ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซาวิลส์ (Savills) กล่าวถึงฟินเทค (Fintech) ในการเสวนาหัวข้อ “Fintech in Asia property” ว่า “Fintech” ได้เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมการเงินอย่างมากเช่นเดียวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการเงิน โดย Financial Technology จะเป็นส่วนหนึ่งของ Property Technology อย่างไม่อาจแยกออกได้ โดยจะช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เช่น การขยายช่องทางจำหน่ายส่วนออฟไลน์สู่ออนไลน์ การใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อช่วยในการซื้อ จอง มัดจำ เช่า ให้ง่ายต่อลูกค้ามากขึ้น ซึ่งจะทำให้ธุรกิจ