02-11-2018

“รอแยลแคน” จับมือ “นอร์ติส” ทุ่มกว่า 100 ล้าน ติดตั้งโซลาร์รูฟใหญ่ที่สุดในไทย พร้อมเดินหน้าธุรกิจผลิตกระป๋องเต็มตัว ควบคู่สิ่งแวดล้อมยั่งยืน

บทความโดย
โซลาร์รูฟบนหลังคาโรงงานผลิตกระป๋อง“รอแยลแคน” โดยมี นายธวัช ธนวัชรางกูร กรรมการผู้จัดการบริษัท นอร์ติส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัดและ นางสาวประภารัตน์ ตังควัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ติส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด

รอแยลแคน” ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารกระป๋องรายใหญ่ในประเทศไทย จับมือ “นอร์ติส กรุ๊ป” ผู้นำนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทนในเมืองไทย ติดตั้งโซลาร์รูฟบนหลังคาในบริเวณเดียวกันใหญ่ที่สุดในไทย มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำธุรกิจแพ็คเกจจิ้งใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน มั่นใจช่วยลดยอดค่าไฟและต้นทุนการผลิตกว่า 15 ล้านบาทต่อปี

บริษัท รอแยลแคนอินดัสทรีส์ จำกัด (Royal Can Industries Co., Ltd) จัดพิธีเปิดโครงการนำร่อง “การติดตั้งโซลาร์รูฟบนหลังคาโรงงานผลิตกระป๋อง” ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ บริษัท นอร์ติส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ณ จังหวัดสมุทรสาคร โดยภายในงาน นายธวัช ธนวัชรางกูร กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ เปิดเผยถึงการลงทุนครั้งสำคัญนี้ว่า “รอแยลแคนได้ทำการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานผลิตกระป๋อง ภายใต้โครงการเพื่อสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้สานต่อมาอย่างต่อเนื่อง ในฐานะขององค์กรภาคธุรกิจผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการติดตั้งโซลาร์รูฟครั้งนี้ ได้เลือก นอร์ติส กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมพลังงานทดแทนเป็นผู้ติดตั้งและดูแลระบบ ซึ่งคาดว่า การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์จะเป็นการใช้พลังงานสะอาดที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดค่าไฟฟ้า และต้นทุนในการผลิตลง ถึงปีละ 15 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการยกระดับศักยภาพโรงงาน ด้วยการควบคุมต้นทุนการผลิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ในขณะที่ยังคงความสามารถในการผลิตและความพร้อมในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้า ควบคู่ไปกับการรักษาความสมดุลของสิ่งแวดล้อมอีกด้วย” นายธวัชกล่าว

ด้าน นางสาวประภารัตน์ ตังควัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ติส เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด  เปิดเผยว่า ได้ดำเนินงานติดตั้งโซลาร์รูฟให้กับ รอแยลแคน ขนาด 2,997.36 กิโลวัตต์ (3 เมกะวัตต์ซึ่งเป็นการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา (PV Solar Roof System) ในบริเวณเดียวกันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ โดยใช้แผงโซลาเซลล์ทั้งหมด 9,142 แผ่น บนหลังคาของโรงงานรอแยลแคน จ.สมุทรสาคร รวมพื้นที่ 17,400 ตร.ม. พร้อมติดตั้งระบบแปลงไฟฟ้าเทคโนโลยีชั้นสูง (Invertor) 79 ตัว เป็นเป็น สถานี (Station) ซึ่งนับเป็นการติดตั้งที่สูงที่สุดในไทยเช่นกัน โดยสามารถแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อใช้กับเครื่องจักรการผลิตได้เทียบเท่ากับไฟฟ้าปกติ โดยสามารถผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 4,082,404 หน่วย ซึ่งปัจจุบันโรงงานผลิตกระป๋องรอแยลแคนแห่งนี้ มียอดการใช้ไฟฟ้ากว่าปีละกว่า 1ล้านหน่วยจำนวนเงิน 59.82 ล้านบาท หลังจากติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา คาดว่า จะสามารถลดค่าไฟฟ้าภายในโรงงานได้กว่า 12.94 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 24.56 อีกทั้งยังช่วยโลกในการลด Carbon Footprint ของภาคธุรกิจได้ถึงปีละ 2,478 ตันต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง 8,260 ต้น โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่มีมูลค่าโครงการประมาณ92.90 ล้านบาท โดยนอร์ติสจะเป็นผู้ดูแลระบบตลอดอายุสัญญาระยะเวลา ปี”

ด้านการดำเนินธุรกิจของรอแยลแคน ตั้งเป้ารายปี 2562 3,000 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,700 พันล้านบาทในปี 2561 โดยมองว่า อุตสาหกรรมผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารกระป๋องยังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นตลาดของบริษัทฯ ถึงแม้จะอุปสรรคด้านความผันผวนของราคาวัสดุในการผลิตกระป๋อง แต่การติดตั้งโซลาร์เซลล์จะเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว เนื่องจากจะช่วยลดต้นทุนลงอย่างมหาศาล นอกจากนี้ รอแยลแคน ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและตอบแทนสังคมเป็นอันดันต้น ๆ ซึ่งจะเห็นได้จากกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและตอบแทนสังคม (CSR) ที่มุ่งมั่นทำมาอย่างต่อเนื่องตลอด 30 ปี “เราเชื่อว่า การดำเนินธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในเวลานี้ ต้องตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม และเพิ่มบทบาทความเป็น มิตร‘ กับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ภาคธุรกิจยังดำเนินได้ต่อไปอย่างยั่งยืน” นายธวัชกล่าวปิดท้าย

ทั้งนี้ บริษัท รอแยลแคนอินดัสทรีส์ จำกัด ถือเป็นแนวหน้าในวงการอุตสาหกรรมการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารกระป๋องให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวียดนาม เป็นต้น และยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยนำมาปรับใช้กระบวนการผลิตเพื่อช่วยให้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้น ทั้งในรูปแบบของการร่วมคิดค้น และพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์ร่วมกับลูกค้า (ODM) และในรูปแบบจ้างผลิต (OEM) ทำให้บริษัทฯ มีความชำนาญในการคิคค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาดเป็นอันดับต้น ๆ ของไทยและเอเชีย